ชาวบ้านแฉ หนุ่มหมอนวดฆ่า-แทงอวัยวะเพศสาว ต่อหน้าผัวป่วยอัมพฤกษ์ เห็นแต่ช่วยไม่ได้

ฆ่าสาว-1

จากกรณี นางเอ (นามสมมติ) อายุ 45 ปี ถูกนายเสถียร (ขอสงวนนามสกุล) อายุ 54 ปี แทงตามร่างกายและอวัยวะเพศจนเสียชีวิต เหตุเกิดบริเวณหน้ารานขายของชำ หลังห้างสรรพสินค้าชื่อดัง อ.อิสาณ อ.เมือง จ.บุรีรัมย์ ก่อนจะจับกุมตัวได้ โดยนายเสถียร อ้างว่า แอบคบหากับผู้ตายที่มีสามีอยู่แล้ว ช่วงหลังผู้ตายพยายามตีตัวออกห่าง จึงมาเคลียร์แต่ไม่ลงตัว ก่อนก่อเหตุดังกล่าว เหตุเกิดเมื่อช่วงบ่ายที่ผ่านมา ตามที่เสนอข่าวไปแล้วนั้น

ความคืบหน้าล่าสุดวันที่ 24 ก.พ. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เมืองบุรีรัมย์ ควบคุมตัวนายเสถียร มาทำแผนประกอบคำรับสารภาพบริเวณที่เกิดเหตุ ขณะที่ชาวบ้านเล่าว่า นายเสถียร ก่อเหตุต่อหน้าสามีของผู้ตายที่นอนป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งซีก แต่ชาวบ้านเข้าไปไม่ได้เพราะ นายเสถียรมีอาวุธ ซึ่งหลังก่อเหตุชาวบ้านได้ดึงกุญแจรถกระบะโตโยต้าวีโก้ สีบรอนซ์ทอง ทะเบียน ณษ 2174 กรุงเทพมหานคร ของนายเสถียรออก ทำให้นายเสถียร ต้องวิ่งหลบหนีไป โดยทิ้งรถเอาไว้

ขณะที่ นายเสถียร อ้างว่า ตนมีอาชีพเป็นหมอนวดแผนโบราณ จะออกให้บริการนวดตามบ้านและสถานที่ต่างๆ ที่ผ่านมาเคยมานวดให้กับสามีของผู้ตาย ซึ่งป่วยเป็นอัมพฤกษ์ครึ่งตัว จนปัจจุบันเริ่มมีอาการดีขึ้น ทั้งยังเคยมานวดให้กับชาวบ้านในละแวกนี้บ่อยครั้งจนคุ้นเคยกัน แต่ระยะหลังตนเริ่มมีอาการผิดปกติ โดยอ้างว่าเวลาที่ผู้ตายโทรศัพท์ หรือไลน์มาหา ตนจะมีอาการคล้ายคนเสียสติ ทั้งยังถูกหลอกเอาเงินหลายครั้ง จึงเชื่อว่าน่าจะถูกผู้ตายทำมนต์ดำใส่ ไปรักษาที่ไหนก็ไม่หาย จึงตัดสินใจมาก่อเหตุ เพื่อเป็นการล้างมนต์ดำที่เชื่อว่าถูกทำใส่

หลังเสร็จสิ้นการทำแผนตำรวจจึงควบคุมตัว นายเสถียร กลับไปสอบปากคำเพิ่มเติม พร้อมทั้งแจ้งข้อกล่าวหา “ฆ่าคนตายโดยไตร่ตรองไว้ก่อน และพกพาอาวุธมีดไปในเมือง หมู่บ้านหรือทางสาธารณะโดยไม่มีเหตุอันควร” ก่อนส่งตัวดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด

Advertisements

ปั่นสยอง! หนุ่มถูกไม้ไผ่ท้ายรถเสียบลูกตาหลุดจากเบ้า หมอต้องควักทิ้ง

87799.jpg

เมื่อเวลา 19.00 น. วันที่ 9 ต.ค. พ.ต.ต.สากล คำยิ่งยง สารวัตร(สอบสวน) สภ.เพ จ.ระยอง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุชายปั่นจักรยานพุ่งชนต้นไผ่ที่โผล่ยื่นออกมาจากท้ายรถกระบะ ได้รับบาดเจ็บสาหัสที่ดวงตา บริเวณโค้งบัวหลวง ถนนบ้านเพ ต.เพ อ.เมือง จ.ระยอง จึงประสานหน่วยกู้ชีพ ร.พ.ระยอง และหน่วยกู้ภัยสว่างพรกุศล จุดบ้านเพ รีบเดินทางไปช่วยเหลือแล้วรุดไปตรวจสอบ

1539092557864.jpg

เมื่อไปถึงที่เกิดเหตุ พบร่างนายจตุพร อักษรศรี อายุ 41 ปี นอนร้องครวญครางด้วยความเจ็บปวดใช้มือซ้ายกุมเบ้าตาซ้ายซึ่งมีเลือดไหลออกมาอาบใบหน้า หน่วยกู้ชีพจึงรีบเข้าปฐมพยาบาลโดยเมื่อเอามือออก ปรากฎว่าพบดวงตาหลุดออกเบ้าตาห้อยออกมา จากนั้นรีบนำตัวส่งร.พ.ระนอง ส่วนบนถนนพบรถจักรยานล้มคว่ำอยู่ริมถนน และรถยนต์กระบะโตโยต้า ทะเบียน บท-6741 ระยอง จอดอยู่โดยมีท่อนไม้ไผ่ปลายแหลมโผล่ยื่นออกมาจากท้ายรถ

1539092577007.jpg

สอบสวน นายคำสิงห์ นาริวงศ์ อายุ 34 ปี คนขับรถกระบะ ซึ่งอยู่ในอาการตกใจ ให้การว่า บรรทุกลำไม้ไผ่มาส่งที่เกิดเหตุ โดยยกลงจากรถไปจนเหลือเพียงลำเดียวแต่จู่ๆก็มีผู้บาดเจ็บซึ่งขี่รถจักรยานออกมากำลังกายมาพุ่งชนเข้า โดยปลายแหลมเสียบเข้าบริเวณดวงตาจนลูกนัยตาหลุดจากเบ้า จึงรีบแจ้งเจ้าหน้าที่มาช่วยเหลือ ส่วนสาเหตุคาดว่าคงจะมองไม่เห็นเพราะบริเวณนี้ไม่มีไฟส่องถนน แต่ได้ตั้งถังขยะกันไว้ด้านหลังรถแล้ว

เจ้าหน้าที่จึงนำตัวนายคำสิงห์ ไปสอบสวนอย่างละเอียด ก่อนดำเนินการตามกฎหมายต่อไป ส่วนอาการของนายจตุพร หนุ่มเคราะห์ร้ายแพทย์เปิดเผยว่า เบ้าตาที่หลุดออกมาไม่สามารถรักษาใส่กลับคืนได้ เพราะหลุดออกมาทั้งหมด จึงทำให้ต้องควักลูกตาด้านซ้ายออกทั้งหมด ทำให้ตาบอดไปหนึ่งข้าง ท่ามกลางความเสียใจของครอบครัว

ที่มา:ข่าวสด

อุทาหรณ์ สวยสยอง สาวแต่งหน้าบนรถ “ตา”ทะลุ! “อายไลเนอร์”ทิ่มใส่ เขียนเพิ่มขณะนั่งแท็กซี่

eyeliner13661-1

อุทาหรณ์ ใกล้ตัว สาวผู้โดยสารนั่งเขียนขอบตาในรถแท็กซี่เมืองกรุง จู่ๆ เกิดอุบัติเหตุรถไปชนท้ายปิกอัพแบบไม่คาดฝันแรงปะทะทำให้เสียหลักเซไปกระแทกเบาะหน้า จนอายไลเนอร์ทิ่มเข้าเบ้าตาครึ่งด้ามเป็นที่สยดสยองกับผู้พบเห็น แต่ยังโชคดีตาไม่บอด เพราะไม่ถูกลูกนัยน์ตาหรืออวัยวะสำคัญ แพทย์ช่วยผ่าตัดสำเร็จจนปลอดภัย

เมื่อเวลา 17.30 น. วันที่ 12 มิ.ย. สน.ดินแดง รับแจ้งเกิดอุบัติเหตุรถแท็กซี่ชนท้ายรถยนต์กระบะส่งผลให้มีผู้ได้รับอาการบาดเจ็บเหตุเกิดบริเวณสามเหลี่ยมดินแดง ถนนดินแดงขาเข้า แขวงถนนพญาไท เขตราชเทวี กรุงเทพฯ จึงนำกำลังรุดไปตรวจสอบ พร้อมเจ้าหน้าที่หน่วยกู้ชีพมูลนิธิป่อเต็กตึ๊ง ที่เกิดเหตุพบรถแท็กซี่ โตโยต้า สีเขียว-เหลือง ทะเบียน 1 มข 9046 กรุงเทพมหานคร สภาพด้านหน้าพังยับเยิน ชนท้ายรถกระบะโตโยต้า ทะเบียน 1 ฒษ 4279 กรุงเทพมหานคร ดัดแปลงเป็นรถส่งน้ำแข็ง

บริเวณเบาะผู้โดยสารด้านหลังของรถแท็กซี่ พบหญิงสาว อายุ 32 ปี ชาว จ.อุตรดิตถ์ บริเวณเบ้าตาซ้ายถูกอายไลเนอร์ หรือที่เขียนขอบตา แทงปักเข้าไปครึ่งด้าม มีเลือดไหลออกจากโพรงจมูก เจ้าหน้ารีบช่วยปฐมพยาบาลเบื้องต้น ก่อนนำส่งรักษาที่ร.พ.ราชวิถี ล่าสุดแพทย์ช่วยผ่าตัดอย่างเร่งด่วน อาการปลอดภัยแล้ว แพทย์ออกมาระบุว่า ผู้บาดเจ็บตาจะไม่บอด เนื่องจากอายไลเนอร์ไม่ถูกลูกนัยน์ตา หรืออวัยวะสำคัญ

สอบสวนทราบว่า ผู้บาดเจ็บเพิ่งเดินทางมาจากต่างจังหวัด เรียกรถแท็กซี่จากสถานีขนส่งผู้โดยสารกรุงเทพฯ (จตุจักร) หรือขนส่งหมอชิต 2 ไปหาน้องสาวที่ย่านประตูน้ำ โดยระหว่างทางแต่งหน้าไปด้วย เมื่อรถเกิดอุบัติเหตุชนท้ายรถกระบะคันดังกล่าวเข้าอย่างจัง ผู้บาดเจ็บจึงเสียหลักใบหน้ากระแทกเบาะหน้าจนเกิดเหตุดังกล่าว

ที่มา:ข่าวสด

ยิงถล่มปิกอัพกำนัน! เมีย-ลูกสาว 5 ขวบ ดับคารถ เจ้าตัวกับลูกชาย 3 ขวบปางตาย

ยิงถล่ม.jpg

วันที่ 24 เม.ย. เจ้าหน้าที่ตำรวจ สภ.เวียงแก่น จ.เชียงราย รับแจ้งเหตุมีคนถูกยิงภายในรถกระบะ บริเวณถนนสายบ้านร่มฟ้าทอง-บ้านผาตั้ง บ้านร่มฟ้าทอง หมู่ 10 ต.ปอ อ.เวียงแก่น จ.เชียงราย มีผู้เสียชีวิต 3 ราย จึงรุดไปตรวจสอบพร้อม เจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง อ.เวียงแก่น และทหาร ฉก.ทพ.31 กองกำลังผาเมือง

ที่เกิดเหตุพบรถกระบะโตโยต้า รีโว่ สีบรอนซ์ หมายเลขทะเบียน ผค 4115 เชียงราย จอดอยู่ริมถนน มีรูกระสุนปืนไม่ทราบขนาดยิงเข้าที่กระจกด้านหน้าและด้านข้างจนพรุน จากการตรวจสอบภายในรถพบศพนางไหมเยีย วงค์นภาไพศาล ซึ่งเป็นภรรยาของนายทวีศักดิ์ ยอดมณีบรรพต ซึ่งเป็นกำนัน ต.ปอ และยังเป็นประธานชมรมม้งแห่งประเทศไทยด้วย และ ด.ญ.ธัญญาพร ยอดมณีบรรพต อายุ 5 ปี ลูกสาวเสียชีวิตอยู่ภายในรถทั้งคู่ ส่วนนายทวีศักดิ์ และ ด.ช.เอ (นามสมมุติ) อายุ 3 ขวบ ลูกชาย ได้รับบาดเจ็บ เจ้าหน้าที่จึงเร่งนำตัวส่งโรงพยาบาล จากการตวรจสอบพบปลอกกระสุนปืนสงครามไม่ทราบชนิดตกอยู่เกลื่อน เจ้าหน้าที่จึงรวบรวมรายละเอียดที่พบไว้เป็นหลักฐาน

ต่อมา พ.ต.อ.ภาสกร ณ พิกุล ผกก.สภ.เวียงแก่น ได้เดินทางมาตรวจสอบ พบว่าถนนสายดังกล่าวเป็นถนนสายที่ลัดเลาะไปตามภูเขาโดยทั้ง 2 ข้างทางเป็นป่าเขา คาดว่านายทวีศักดิ์ และครอบครัวกำลังจะเดินทางกลับภูมิลำเนา หลังออกไปทำธุระ แต่เมื่อเข้าสู่พื้นที่ที่มีลักษณะดังกล่าวประกอบกับเป็นทางโค้งเล็กน้อยทำให้คนร้ายอาศัยจังหวะดังกล่าวยิงถล่มรถของผู้เสียชีวิตก่อนจะหลบหนีไป เบื้องต้นเจ้าหน้าที่ยังไม่ทราบสาเหตุของการก่อเหตุในครั้งนี้ และยังไม่ทราบว่ากลุ่มคนร้ายเป็นใคร คาดว่าว่าอาจเกิดจากความขัดแย้งเรื่องธุรกิจบางอย่าง ซึ่งเจ้าหน้าที่จะทำการสืบสวนเพื่อติดตามตัวคนร้ายมาดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป

ที่มา:ข่าวสด