ผู้สูงอายุสไลด์เข่า! รัฐเติมเงินช่วยค่าเช่าบ้าน 400 บาท ใส่บัตรคนจน รอรับได้เลย

บัตรคนจน – น.ส.สุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เผยว่า ในวันที่ 12 ธ.ค. นี้ กรมบัญชีกลางพร้อมจะโอนเงินมาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้านสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย เพื่อบรรเทาภาระค่าเช่าที่อยู่อาศัยให้แก่ผู้สูงอายุ ที่มีรายได้น้อยเป็นจำนวน 400 บาทต่อคน / ต่อเดือน

โดยผู้ได้รับสิทธิจะต้องมีอายุตั้งแต่ 60 ปีขึ้นไป เป็นเวลา 10 เดือน ระหว่าง ธ.ค. 61 – ก.ย. 62 และเช่าที่อยู่อาศัย รวมถึงผู้สูงอายุที่ไม่มีที่อยู่อาศัยด้วย ตามข้อมูลการลงทะเบียนของผู้มีรายได้น้อย จำนวน 2.2 แสนคน รวมวงเงิน 920 ล้านบาท

หลังจากนี้กรมบัญชีกลางมีแผนจะโอนเงินสวัสดิการเพิ่มเติม ให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐอีก 3 รอบ โดยรอบแรกในวันที่ 12 ธ.ค. จะเป็นในส่วนของค่าเช่าบ้าน 400 บาท และในวันที่ 14 ธ.ค. จะโอนคืนเงินภาษีมูลค่าเพิ่ม 5% จากยอดใช้จ่ายช่วงเดือน พ.ย. ที่ผ่านมา

และรอบสุดท้าย วันที่ 21 ธ.ค.นี้ มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาล และค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพสำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย ที่มีอายุเกิน 65 ปีขึ้นไป อีก 1,000 บาท จำนวน 3.5 ล้านคน รวมวงเงิน 3,500 ล้านบาท

ที่มา:ข่าวสด

Advertisements

ปู่สุดช้ำ! ต่อคิวตั้งนาน โดนโกงเงินบัตรคนจน ตร.สงสารควักเงินช่วย500

FAA3A7C9-1A7E-48FD-A5A4-AFE6B1365CB2

มิจฉาชีพ โกงเงินบัตรคนจน / วันที่ 11 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวรายงานบรรยากาศประชาชนมากดเงินใช้สิทธิ์ บัตรสวัสดิการแห่งรัฐ หรือบัตรคนจน ที่ธนาคารกรุงไทย สาขาอู่ทอง จ.สุพรรณบุรี พบว่าเป็นอย่างคึกคักมีมาต่อคิวมากกว่า 200 คน เจ้าหน้าที่ต้องจัดที่นั่งให้หลบแดดบริเวณใต้อาคาร

ตลอดทั้งวันมีประชาชนรอแก้ไขรหัสบัตรกดเงิน ปัญหาส่วนใหญ่เกิดจากตู้บางแห่งเงินหมด เจ้าของบัตรเอทีเอ็มกดรหัสบัตรผิด รวมถึงเจ้าของร้านค้ากดรหัสของลูกค้าเจ้าของบัตรผิด จนบัตรล็อก ไม่สามารถใช้บัตรได้ ซึ่งที่ผ่านมาเป็นช่วงวันหยุดยาวติดต่อกันหลายวัน ทำให้เจ้าของบัตรไม่สามารถแก้ไขบัตรเพื่อกดเงินได้

นอกจากนี้ เมื่อเวลา 11.00 น. ร.ต.อ.กิตติพันธุ์ โปร่งคำ รอง สว.สอบสวน สภ.อู่ทอง ยังได้รับแจ้งจาก นายแหนง อ่ำพุทรา อายุ 79 ปี ซึ่งเข้ามาแจ้งความว่า ช่วงเวลาประมาณ 10.00 น. ขณะรอกดเงินสวัสดิการแห่งรัฐอยู่นั้น เมื่อถึงคิว ตนกดไม่เป็น จึงได้ไหว้วานให้หญิงสาวอายุประมาณ 35-45 ปี ที่ยืนรอต่อจากตนเอง ช่วยกดให้

แต่เมื่อหญิงสาวกดเงินแล้ว กลับเดินหนีไปโดยไม่ยอมนำเงินให้กับตนเอง จึงมาแจ้งความ ซึ่งเจ้าหน้าที่ได้ลงบันทึกประจำวันไว้ และจะขอตรวจสอบกล้องวงจรปิดกับทางธนาคารอีกครั้งเพื่อติดตามตัวหญิงสาวคนดังกล่าวมาดำเนินคดี

โดยทาง ร.ต.อ.กิตติพันธุ์ โปร่งคำ รอง สว.สอบสวน สภ.อู่ทอง รู้สึกสงสารและเห็นใจลุง จึงได้ควักเงินส่วนตัวจำนวน 500 บาท มอบให้กับคุณลุงแหนง

ที่มา:ข่าวสด

 

สรรพากร ชี้ คนขายของออนไลน์ ต้องจ่ายภาษีเหมาจ่าย แจงเหตุรายงานโอน 3 พันครั้ง!

ขายของออนไลน์

สรรพากร ชี้ คนขายของออนไลน์ ต้องจ่ายภาษีเหมาจ่าย แจงเหตุรายงานโอน 3 พันครั้ง!

เมื่อวันที่ 7 ธ.ค. นายปิ่นสาย สุรัสวดี โฆษกกรมสรรพากร เปิดเผยว่า จากกรณีที่ ร่าง พ.ร.บ.แก้ไขเพิ่มเติมประมวลรัษฎากร (ฉบับที่ …) พ.ศ. … เพื่อรองรับระบบภาษีและเอกสารธุรกรรมอิเล็กทรอนิกส์ตามแผนยุทธศาสตร์การพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานระบบการชำระเงินแบบอิเล็กทรอนิกส์แห่งชาติ (National e-Payment Master Plan)

กรมยืนยันว่าการยกร่างแก้ไขกฎหมาย ได้ผ่านการพิจารณาจากคณะรัฐมนตรี สำนักงานคณะกรรมการกฤษฎีกา และส่วนที่เกี่ยวข้อง อย่างรอบคอบ จึงไม่ได้เป็นการแก้ไขกฎหมายที่กระทบต่อสิทธิ เสรีภาพของประชาชนที่เกินกว่าเหตุ เป็นการใช้สิทธิที่ชอบเพื่อประโยชน์สาธารณะ

ทั้งนี้ การแก้ไขกฎหมายมีวัตถุประสงค์เพื่ออำนวยความสะดวกให้แก่ผู้เสียภาษี ซึ่งเป็นส่วนหนึ่งของแผนของกรมที่จะเดินหน้าเรื่องอิเล็กทรอนิกส์อย่างเต็มรูปแบบ โดยมีสาระสำคัญคือ จะช่วยให้การเสียภาษี หัก ณ ที่จ่าย ในอัตรา 3% ซึ่งจากเดิมผู้เสียภาษีจะต้องเตรียมเอกสารมายื่นต่อกรมเอง

แต่สถาบันการเงินจะหักภาษีและเป็นผู้ยื่นให้กรมสรรพากรแทนทั้งหมด รวมทั้งกฎหมายใหม่ จะเป็นการรองรับระบบพาณิชย์อิเล็กทรอนิสก์ในการยื่นเสียภาษีมูลค่าเพิ่ม ของผู้ประกอบการที่จดทะเบียนภาษีมูลค่าเพิ่มจากเดิมที่ต้องยื่นเอกสารเป็นกระดาษ ก็จะเปลี่ยนเป็นระบบอิเล็กทรอนิสก์แทน

ส่วนกรณีที่กฎหมายกำหนดให้สถาบันการเงินรวมถึงนอนแบงก์ ต้องแจ้งข้อมูลบัญชีที่รับเงินเข้าในข่ายที่เป็นธุรกรรมพิเศษ ประกอบด้วย 1.การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 3,000 ครั้งต่อปีต่อธนาคาร และ 2. การฝากหรือรับโอนเงินทุกบัญชีรวมกันตั้งแต่ 400 ครั้งต่อปีต่อธนาคาร และยอดรวมของการรับฝากตั้งแต่ 2 ล้านบาทขึ้นไป

กรมยืนยันว่าเป็นการส่งข้อมูลเท่านั้น ไม่ได้เอาไปตรวจสอบเรียกเก็บภาษี เพราะไม่ใช่ว่าจะตรวจสอบง่ายๆ กรมต้องการเฉพาะข้อมูลเพื่อไปทำการวิเคราะห์พฤติกรรมผู้เสียภาษี กลุ่มผู้เสียภาษี เพื่อทำแผนปรับปรุงประสิทธิภาพจัดเก็บต่อไป

“กรมไม่ได้มีเจตนาแก้ไขกฎหมายโดยมุ่งไปตรวจสอบใคร ธนาคารมีหน้าที่ส่งข้อมูลมาให้กรม และข้อมูลทุกอย่างจะอยู่ในระบบ ไม่มีเจ้าหน้าที่กรมคนไหนได้เห็น ข้อมูลที่ส่งมา จะส่งมาเฉพาะ ชื่อ นามสกุล จำนวนครั้งที่ฝากโอน และวงเงินที่ได้รับเท่านั้น”นายปิ่นสาย กล่าว

นายปิ่นสาย กล่าวว่า ส่วนกรณีที่กังวลว่าจะไปเรียกเก็บภาษีจากกลุ่มพ่อค้าแม่ค้าออนไลน์ และกลุ่มเอสเอ็มอีหรือไม่นั้น กรมยืนยันว่าการแก้ไขกฎหมาย ไม่ได้มีเจตนาโดยตรงที่จะเข้าไปจัดเก็บ ซึ่งตามประมวลรัษฎากร หากกลุ่มผู้ค้าดังกล่าว มีรายได้ถึงเกณฑ์ ก็ต้องยืนแบบเสียภาษีอยู่แล้ว ไม่ได้หมายความว่ามีการออกกฎหมายแล้วจะต้องเสียภาษี เพราะทุกคนมีหน้าที่เสียภาษีให้ถูกต้อง โดยตามประมวลรัษฎากร มาตรา 40 (2-8) กำหนดให้อาชีพอิสระต้องเสียภาษีเหมา โดยนำรายได้ทั้งก้อนไม่หักค่าใช้จ่าย x 0.005 = ภาษีที่ต้องจ่าย ซึ่งหากกลุ่มผู้ค้าออนไลน์มีรายได้ถึงเกณฑ์เข้าบัญชี 2 ล้านบาท ก็จะเสียภาษีแค่ 10,000 บาท

ทั้งนี้ จากการแก้ไขกฎหมายจะทำให้กรมสามารถแยกข้อมูลผู้เสียภาษี รวมทั้งกลุ่มผู้ค้าออนไลน์ได้แม่นยำมากขึ้น โดยจะแยกเป็นกลุ่มดีและกลุ่มเสี่ยง ในกลุ่มดี ที่เสียภาษีถูกต้อง ก็จะให้บริการที่มีประสิทธิภาพมากขึ้น ส่วนกลุ่มเสี่ยง ก็จะดูว่าเสี่ยงมากหรือเสี่ยงน้อย ในรายที่รายได้ถึงเกณฑ์แต่ไม่เคยมีการยื่นแบบเสียภาษีเลย กรมก็จะส่งหนังสือไปให้ยื่นแบบให้ถูกต้อง หรือ หากเป็นกลุ่มที่มีความเสี่ยงมาก ก็จะต้องออกหนังสือเชิญมาพบ พูดคุย

นายปิ่นสาย กล่าวว่า กฎหมายจะเริ่มมีผลบังคับใช้ในปี 2563 และจะมีผลต่อการยื่นแบบเสียภาษีในปี 2564 ซึ่งขณะนี้อยู่ระหว่างหารือกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง เพื่อแก้ไขรายละเอียดในการดำเนินงาน เช่น จะไม่นับข้อมูลผู้ที่ฝาก โอน หรือถอนเงินเข้าบัญชีตัวเอง รวมทั้งการเปิดบัญชีครั้งแรก 2 ล้านบาท ก็จะไม่ให้ส่งข้อมูลเข้ามาที่กรม และการเปิดบัญชีร่วม ที่อยู่ระหว่างหาข้อสรุปว่า จะนับจำนวนที่บุคคลใด

ทั้งนี้ เชื่อว่าการแก้ไขกฎหมายจะไม่กระทบกับคนส่วนใหญ่ ซึ่งจากข้อมูลพบว่า คนไทยมีรายได้เฉลี่ย 26,000 บาทต่อเดือน หรือประมาณ 4-5 แสนบาทต่อปี ซึ่งต่ำกว่า 2 ล้านบาท ไม่ต้องเข้าเกณฑ์เสียภาษีอยู่แล้ว

ที่มา:ข่าวสด

บุกรวบแม่ค้าขาย ยาเสียสาว พบของกลางเพียบ! สารภาพเป็น “คลอรีนล้างตู้ปลา”

ปคบ.-ปอท. บุกทลายแหล่งจำหน่ายยาเสียสาว-ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศผิดกฎหมาย จับแม่ค้าพร้อมของกลางเพียบ สารภาพที่แท้เป็น “คลอรีนล้างตู้ปลา” ด้านตำรวจเตือนคนใช้ยาอาจได้รับอันตรายถึงชีวิต

เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ สารถวัลย์แพศย์ ผกก.4 กองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับการคุ้มครองผู้บริโภค (บก.ปคบ.) เปิดเผยว่า ตามที่ปรากฏในสื่อสังคมออนไลน์ว่ามีการลักลอบขาย ยาเสียสาว หรือ ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศ โดยผิดกฎหมายเป็นจำนวนมากนั้น บก.ปคบ. ร่วมกับกองบังคับการปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเทคโนโลยี (บก.ปอท.) สืบสวนหาแหล่งที่จำหน่ายยาเสียสาวผ่านทางเพจเฟซบุ๊ก “ขายส่งยาเสียสาว ปลอกมุกครึ่งท่อนเต็มลำ ของเล่น 18+ บริการเก็บเงินปลายทาง”

จนสามารถจับกุมตัว น.ส.กัญยามล เสทียนรัมย์ อยู่บ้านเลขที่ 46 ม.3 ต.ช่องแมว อ.ลำทะเมนชัย จ.นครราชสีมา พร้อมยาไวอากร้า, ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศหลายยี่ห้อ และเม็ดเกล็ดใสที่อ้างว่าเป็นยาเสียสาว มูลค่ารวมกว่า 50,000 บาท โดยกล่าวหากระทำความผิดฐาน “ขายยาแผนปัจจุบันโดยไม่ได้รับอนุญาต” ซึ่งมีอัตราโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 10,000 บาท, “ขายยาที่ไม่ได้ขึ้นทะเบียนตำรับยา” ซึ่งมีอัตราโทษ จำคุกไม่เกิน 3 ปี ปรับไม่เกิน 5,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ

จากการสอบสวน น.ส.กัญยามลรับสารภาพว่า ลักลอบจำหน่ายยาไวอากร้า ยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศโดยผิดกฎหมายจริง ส่วนเม็ดเกล็ดใสที่โฆษณาขายโดยอ้างว่าเป็นยาเสียสาวนั้น แท้จริงเป็นเพียงคลอรีนสำหรับใช้ล้างตู้ปลาเท่านั้น

พ.ต.อ.ชนันนัทธ์ กล่าวว่า ขอฝากเตือนประชาชน อย่าได้หลงเชื่อซื้อยาไวอากร้า หรือยาเพิ่มสมรรถภาพทางเพศผ่านทางสื่อสังคมออนไลน์ เนื่องจากอาจได้รับอันตรายจากการใช้ยาอย่างไม่เหมาะสม และเป็นอันตรายถึงแก่ชีวิตได้ และหากพบเห็นการกระทำความผิดให้แจ้งเบาะแสได้ที่สายด่วน บก.ปคบ.1135

ที่มา:ข่าวสด

แห่ให้กำลังใจ น้องควาย ไร้หาง ไม่มีรูทวาร ชาวบ้านวอนปศุสัตว์เข้าช่วยเหลือ

ลูกควาย-1

ลูกควาย – แห่ให้กำลังใจลูกควายเพิ่งคลอด ไร้หาง ไม่มีรูทวาร รูปร่างอ้วนแคระเหมือนหมูป่า แข็งแรง แต่ถ่ายไม่ออก ชาวบ้านแห่ให้กำลังใจ วอนสัตว์แพทย์เข้าช่วยเหลือ

ลูกควาย – เมื่อวันที่ 5 ธ.ค. ผู้สื่อข่าวได้รับแจ้งจากชาวบ้านว่า มีลูกควายออกมามีรูปร่างแปลกประหลาด บริเวณบ้านเลขที่ 93 บ้านติม ม.11 ต.สองชั้น อ.กระสัง จ.บุรีรัมย์ และอยากให้ปศุสัตว์เข้าไปช่วยเหลือ

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ไปตรวจสอบ โดยมีชาวบ้านจากหลายหมู่บ้านเดินทางไปดูเป็นจำนวนมาก พบควายเพศผู้ อายุได้ 1 วัน ลักษณะไม่เหมือนลูกควายทั่วไป คือ ไม่มีหาง ไม่มีรูทวาร ลิ้นสั้น ปากแหว่ง ลำตัวแคระอ้วน และหัวใจเต้นบริเวณก้น ซึ่งผิดปกติ

S__36872250-696x464

ชาวบ้านในพื้นที่แห่ให้กำลังใจจำนวนมาก ด้วยความน่าสงสาร เพื่อให้ควายน้อยอยู่รอด พร้อมวอนสัตว์แพทย์ผู้เชี่ยวชาญนำไปรักษาให้มีชีวิต เพราะควายถ่ายไม่ออก

vlcsnap-2018-12-05-16h07m25s920-696x392

สอบถาม นางแต๋ว กะรัมย์ อายุ 66 ปี เจ้าของควายเผยว่า ก่อนลูกควายเกิด ตนได้ฝันเห็นได้ปลา แต่พอวันถัดมา ได้ลูกควายตัวนี้แทน ตนเห็นก็รู้สึกสงสาร ได้แต่พูดกับลูกควาย ว่าทำไมเกิดมารูปร่างหน้าตาแบบนี้ พอพูดไปเจ้าควายน้อยก็น้ำตาไหล เหมือนรู้เรื่องรู้ภาษา ตนเลยตั้งชื่อให้ว่า “เจ้านำโชค” ซึ่งอาจจะนำโชคมาให้กับตัวเอง

vlcsnap-2018-12-05-16h07m48s707-696x392

ทั้งนี้หลังทราบว่าลูกควายไม่มีรูทวาร ได้แจ้งให้ปศุสัตว์พื้นที่แล้ว เพราะมีช่องทางทวารแต่ไม่มีรู ซึ่งหากหมอผ่าตัดออกคงจะถ่ายได้เป็นปกติ แต่ตอนนี้ผ่านไปแล้ว 1 วัน ท้องควายเริ่มอืดแล้ว

ที่มา:ข่าวสด

ไม่รอด! ศาลสั่งจำคุก 2 ปี คนโพสต์ หมูไก่เป็นเอดส์ กระทบ ซีพีเอฟหนัก

หมูไก่เป็นเอดส์

เมื่อวันที่ 2 ธันวาคม ผู้สื่อข่าวรายงานว่า เมื่อวันที่ 30 พฤศจิกายนที่ผ่านมา ศาลอาญากรุงเทพใต้ ถนนเจริญกรุง นัดอ่านคำพิพากษาคดีอาญา หมายเลขดำ ที่ อ.2843/2561 ที่พนักงานอัยการคดีอาญากรุงเทพใต้ โจทก์ เเละบริษัท ซีพีเอฟ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) โจทก์ร่วม ฟ้องนายโสภณ สุดสวาสดิ์ เป็นจำเลยฐานความผิดหมิ่นประมาทโดยการโฆษณา ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328

กรณีส่งข้อมูลอันเป็นเท็จ ข้อความเท็จ อ้างว่ามีหมู ไก่ ป่วยเป็นโรคเอดส์ ขอให้คนหยุดกินหมู-ไก่ ประมาณ 6 เดือน ซึ่งข้อความดังกล่าวได้สร้างความตื่นตระหนกในสังคม อีกทั้งยังมีการอ้างถึงบริษัทเครือเจริญโภคภัณฑ์ หรือที่รู้จักกันในนาม “ซีพี” อีกด้วย

โดยก่อนหน้านี้เมื่อวันที่ 28 ตุลาคม คู่ความทั้งสองเคยเข้าไกล่เกลี่ยประนอมข้อพิพาท ผลการไกล่เกลี่ยคู่ความทั้งสองไม่สามารถตกลงกันได้ ซึ่งจำเลยให้การรับสารภาพ คดีเข้าสู่ศูนย์คุ้มครองสิทธิเเละเสรีภาพในคดีอาญา ทนายจำเลยประสงค์ที่จะดำเนินการลงประกาศโฆษณาขอโทษฝ่ายโจทก์ร่วม ศาลจึงเลื่อนอ่านคำพิพากษาออกไปก่อน เเละสั่งสำนักงานคุมประพฤติสืบเสาะพินิจประวัติพฤติการณ์

กระทั่งถึงวันนัดฟังคำพิพากษา จำเลยเดินทางมาฟังคำพิพากษา  โดยศาลพิเคราะห์เเล้วมีคำพิพากษาลงโทษจำคุกจำเลย ตามความผิดฐานหมิ่นประมาทโดยการโฆษณาฯ ตามประมวลกฎหมายอาญา มาตรา 328 จำคุก 2 ปี ปรับ 100,000 บาท จำเลยให้การรับสารภาพ ลดโทษให้กึ่งหนึ่ง คงจำคุก 1 ปี ปรับ 50,000 บาท

พิเคราะห์รายงานการพินิจและสืบเสาะแล้ว จำเลยไม่เคยรับโทษจำคุกมาก่อน และหลังเกิดเหตุ จำเลยลงประกาศหนังสือพิมพ์ขอขมาโจทก์ร่วม เห็นสมควรให้โอกาสจำเลยกลับตนเป็นพลเมืองดี โทษจำคุกให้รอการลงโทษ 2 ปี รายงานตัวต่อพนักงานคุมประพฤติ 3 เดือนต่อครั้ง ให้ทำกิจกรรมหรือทำงานสาธารณะประโยชน์ 24 ชั่วโมง

ที่มา:ข่าวสด

จัดหนักส่งท้ายปี อัดฉีดเงินเข้าบัตรคนจน บรรเทาภาระ เพิ่มกำลังซื้อ หัวเกือบ 2 พัน!

จัดหนักส่งท้ายปี อัดฉีดเงินเข้าบัตรคนจน บรรเทาภาระ เพิ่มกำลังซื้อ หัวเกือบ 2 พัน กรมบัญชีกลางกำหนดการจ่ายเงินตามมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4 มาตรการ เพื่อบรรเทาภาระค่าใช้จ่าย และเพิ่มกำลังซื้อให้แก่ผู้มีรายได้น้อย

นางสาวสุทธิรัตน์ รัตนโชติ อธิบดีกรมบัญชีกลาง เปิดเผยว่า เมื่อวันที่ 20 พ.ย.2561 ที่ผ่านมา คณะรัฐมนตรีได้เห็นชอบมาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4 มาตรการ โดยให้ความช่วยเหลือ จำนวน 10 เดือน (ตั้งแต่เดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562)

กรมบัญชีกลางในฐานะหน่วยงานที่รับผิดชอบเรื่องการจ่ายเงินช่วยเหลือตามมาตรการดังกล่าว ได้เตรียมความพร้อมทั้งข้อมูลและระบบในการจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ไว้พร้อมแล้ว รวมทั้งได้กำหนดระยะเวลาในการจ่าย โดยมีรายละเอียด ดังนี้

1. มาตรการบรรเทาภาระค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา

1) ค่าไฟฟ้า ผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ ที่ใช้สิทธิจากมาตรการค่าไฟฟ้าฟรี (ใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 50 หน่วยต่อเดือน ติดต่อกันเป็นระยะเวลา 3 เดือน) ให้ใช้สิทธิค่าไฟฟ้าฟรีตามมาตรการเดิมที่มีอยู่ในปัจจุบัน หากใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วยต่อเดือน ให้ใช้สิทธิตามมาตรการใหม่ ซึ่งต้องใช้ไฟฟ้าไม่เกิน 230 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หากใช้ไฟฟ้าเกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีสิทธิต้องเป็นผู้รับภาระค่าไฟฟ้าทั้งหมด (มาตรการนี้ใช้สิทธิได้เฉพาะค่าไฟฟ้าของการไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค)

2) ค่าน้ำประปา ผู้มีสิทธิในบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จะได้รับสิทธิช่วยเหลือค่าน้ำประปาไม่เกิน 100 บาทต่อครัวเรือนต่อเดือน หากใช้น้ำประปาเกินวงเงินที่กำหนด ผู้มีสิทธิต้องเป็นผู้รับภาระค่าน้ำประปาทั้งหมด (มาตรการนี้ใช้สิทธิได้เฉพาะค่าน้ำประปาของการประปานครหลวง/การประปาส่วนภูมิภาค)

สำหรับการใช้สิทธิตามมาตรการใหม่ ผู้มีสิทธิจะต้องชำระเงินค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปาไปก่อน ตามใบแจ้งหนี้ประจำเดือนที่การไฟฟ้านครหลวง/การไฟฟ้าส่วนภูมิภาค การประปานครหลวง/การประปาส่วนภูมิภาคเรียกเก็บจากการใช้ไฟฟ้า/น้ำประปา ของเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562

โดยสามารถชำระเงินได้ทุกช่องทาง ได้แก่ ชำระเงินที่สำนักงานการไฟฟ้า/ประปา หรือตัวแทนจุดบริการรับชำระเงิน Application Internet Banking หักบัญชีเงินฝากธนาคาร/บัญชีบัตรเครดิต และตัวแทนเก็บเงิน เป็นต้น ทั้งนี้ การไฟฟ้า/ประปาจะประชาสัมพันธ์แนวทางปฏิบัติให้ทราบต่อไป โดยกรมบัญชีกลางจะโอนเงินชดเชยค่าไฟฟ้า/น้ำประปา เข้ากระเป๋าเงิน e-Money ตามจำนวนที่ผู้มีสิทธิได้ชำระไว้ตามจริง ทุกวันที่ 18 ของเดือน (เริ่มจ่ายเดือนแรก 18 กุมภาพันธ์ 2562)

2. มาตรการสนับสนุนค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย จำนวน 500 บาทต่อคน จำนวน 14.5 ล้านคน ซึ่งจ่ายให้เพียงครั้งเดียว โดยกรมบัญชีกลางจะทยอยจ่ายเงินเข้ากระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ให้กับผู้ที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว จำนวน 11.4 ล้านคน ภายในวันที่ 8-10 ธันวาคม 2561 และจะจ่ายเงินให้กับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพื่อสวัสดิการแห่งรัฐเพิ่มเติม ภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน ในกลุ่มผู้พิการ ผู้ป่วยติดเตียง หรือผู้สูงอายุที่ไม่สามารถเดินทางมาลงทะเบียนได้ในปี 2560 ในวันที่ 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562

3. มาตรการช่วยเหลือค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาลและค่าใช้จ่ายอื่นเกี่ยวกับสุขภาพ สำหรับผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป จะได้รับเงินจำนวน 1,000 บาทต่อคน เพียงครั้งเดียว โดยกรมบัญชีกลางจะโอนเงินเข้ากระเป๋าเงิน e-Money ให้กับผู้มีสิทธิที่มีบัตรสวัสดิการแห่งรัฐแล้ว ทุกวันที่ 21 ของเดือน (เริ่มจ่ายเดือนแรก 21 ธันวาคม 2561)

ทั้งนี้ หากผู้มีสิทธิรายใดมีอายุครบ 65 ปีบริบูรณ์ในระหว่างเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 จะได้รับเงินวันที่ 21 ของเดือนเกิด สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืน จะเริ่มจ่ายในวันที่ 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562 หลังจากนั้นจะได้รับเงินทุกวันที่ 21 ของเดือนเกิดเช่นเดียวกัน

4. มาตรการช่วยเหลือค่าเช่าบ้าน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อยที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป ซึ่งมีภาระค่าเช่าบ้านและไม่มีที่พักอาศัย จะได้รับเงินช่วยเหลือ จำนวน 400 บาทต่อคนต่อเดือน โดยกรมบัญชีกลางจะโอนเงินให้กับผู้มีสิทธิ ทุกวันที่ 12 ของเดือน (เริ่มจ่ายเดือนแรก 12 ธันวาคม 2561)

หากผู้มีสิทธิรายใดมีอายุครบ 60 ปีบริบูรณ์ในระหว่างเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 จะได้รับเงินในเดือนเกิดเป็นครั้งแรกจนสิ้นสุดมาตรการ สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนเพิ่มเติมภายใต้โครงการไทยนิยม ยั่งยืนฯ จะเริ่มจ่ายในวันที่ 5 มกราคม 2562 และวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2562 เป็นครั้งแรก จากนั้นจะโอนเงินช่วยเหลือให้ทุกวันที่ 12 ของเดือนเกิดเช่นเดียวกัน

มาตรการ เงื่อนไข จำนวนเงิน วันที่เงินเข้ากระเป๋าเงิน e-Money

1. ค่าไฟฟ้าและค่าน้ำประปา
– ใช้ไฟฟ้าเกิน 50 หน่วย/เดือน แต่ไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน กรณีใช้เกินวงเงิน ที่กำหนดต้องรับภาระจ่ายเงินเองทั้งจำนวน
– ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 230 บาท/ครัวเรือน/เดือน
– วันที่ 18 ของเดือน (เริ่มจ่ายเดือนแรก 18 กุมภาพันธ์ 2562)

– ใช้น้ำประปาไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน
– กรณีใช้เกินวงเงินที่กำหนดต้องรับภาระจ่ายเงินเองทั้งจำนวน
– ตามที่จ่ายจริงไม่เกิน 100 บาท/ครัวเรือน/เดือน

2. ค่าใช้จ่ายในช่วงปลายปีให้แก่ผู้มีรายได้น้อย
– จ่ายให้ผู้ถือบัตรสวัสดิการแห่งรัฐทุกคน 500 บาทต่อคน (จ่ายครั้งเดียว)
– 8 – 10 ธันวาคม 2561
– สำหรับผู้มีสิทธิ ที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562

3. ค่าเดินทางไปรับการรักษาพยาบาล
– ผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 65 ปีขึ้นไป ระหว่างเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562
– 1,000 บาทต่อคน (จ่ายครั้งเดียว)
– วันที่ 21 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 21 ธันวาคม 2561
– สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562

4. ค่าเช่าบ้าน สำหรับผู้สูงอายุที่มีรายได้น้อย
– ผู้มีสิทธิที่มีอายุครบ 60 ปีขึ้นไป ระหว่างเดือนธันวาคม 2561 – กันยายน 2562 และแจ้งข้อมูลไว้กับหน่วยลงทะเบียนว่ามีภาระค่าเช่าบ้านและไม่มีที่พักอาศัย
– 400 บาท/คน/เดือน
– วันที่ 12 ของเดือน เริ่มจ่ายเดือนแรก 12 ธันวาคม 2561
– สำหรับผู้มีสิทธิที่ลงทะเบียนไทยนิยมฯ เริ่มจ่าย 5 มกราคม 2562 และ 1 กุมภาพันธ์ 2562

อธิบดีกรมบัญชีกลาง กล่าวในตอนท้ายว่า มาตรการช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยเพิ่มเติมผ่านบัตรสวัสดิการแห่งรัฐ จำนวน 4 มาตรการข้างต้น รัฐบาลมุ่งหวังที่จะช่วยเหลือผู้มีรายได้น้อยในการลดภาระค่าครองชีพและยกระดับคุณภาพชีวิตของผู้มีรายได้น้อยได้อย่างยั่งยืน

ที่มา:ข่าวสด